บทความสำหรับคุณแม่คุณพ่อและผู้ที่ดูแลผู้ป่วย โดยศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

Heading for Printing

6 เคล็ดลับที่ทําให้ลูกเป็นเด็กดี มีความสุข
 

ฝากถึงคุณแม่คุณพ่อ - 6 เคล็ดลับที่ทําให้ลูกเป็นเด็กดี มีความสุข

บทความสำหรับพ่อแม่

วันที่ เรื่อง ผู้แต่ง
6 พ.ค. 2563สถานการณ์โควิด 19 กับมิติการดูแลทางสังคมสุฑาทิพย์ คำเที่ยง
15 มี.ค. 25636 เคล็ดลับที่ทำให้ลูกเป็นเด็กดี มีความสุขกิตติมา สุริยกานต์
4 มี.ค. 2563เข็น ...ใจชุติมณฑน์​ ปัญญาคำ
8 พ.ย. 2562รู้เท่าทันอารมณ์ชุติมณฑน์ ปัญญาคำ
12 ก.ย. 2562เรื่องเล่าจากห้องตรวจ ตอนที่ 1 รองเท้าของหนูอาทิติยา แดงสมบูรณ์
21 ม.ค. 2562การสร้างวินัยเชิงบวกกิตติมา สุริยกานต์
3 ม.ค. 2562ความรุนแรงในเด็กและเยาวชนสุฑาทิพย์ คำเที่ยง
22 ต.ค. 2561โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดสุฑาทิพย์ คำเที่ยง
20 ก.ย. 2561อุปกรณ์เครื่องช่วยฟังกิตติมา สุริยกานต์
20 ส.ค. 2561การเยียวยาสภาพจิตใจผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและศีรษะกิตติมา สุริยกานต์
15 ส.ค. 2561บัตรประจำตัวคนพิการและสิทธิประโยชน์สุฑาทิพย์ คำเที่ยง
16 ก.ค. 2561สร้างคุณค่าในตนเอง เสริมภูมิคุ้มกันในชีวิตสุฑาทิพย์ คำเที่ยง
19 มิ.ย. 2561ไม่มีที่พักเมื่อจะมาพบแพทย์กิตติมา สุริยกานต์
20 เม.ย. 2561ค่าเดินทางสำคัญอย่างไรกิตติมา สุริยกานต์
6 ก.ค. 2560มาผิดวันนพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์

6 เคล็ดลับที่ทําให้ลูกเป็นเด็กดี มีความสุข

เล่าเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 63
โดยกิตติมา สุริยกานต์

แน่นอนว่าหากเรามีลูก สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองคาดหวังก็คือ อยากให้ลูกเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย  แต่หากพบว่าลูกดื้อ ไม่ยอมเชื่อฟัง ก็สร้างความทุกข์ใจให้พ่อแม่ไม่ใช่น้อย  มีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญใน สถาบันฮาร์วาร์ดได้เผยว่าการเลี้ยงลูกที่ให้ความใกล้ชิดจะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กในอนาคตอย่างแน่นอน และได้ให้เทคนิคในการเลี้ยงลูก 6 วิธีดังนี้คือ

  1. สอนลูกให้รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง
    อารมณ์โกรธ เศร้า หรือผิดหวังไม่ได้เกิดขึ้นได้กับผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เด็กก็มีอารมณ์เหล่านี้ที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจได้เช่นกัน  สิ่งสําคัญคือเมื่อลูกมีอารมณ์ในแง่ลบเกิดขึ้น พ่อแม่ควรจะสอนวิธีจัดการอารมณ์แง่ลบให้ได้  ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนําว่าเมื่อไหร่ที่ลูกโมโห ควรให้เวลากับลูกเพื่อให้เขารู้สึกใจเย็นลง และเข้าไปพูดคุย สอนให้ลูกลองใช้เทคนิคการหายใจเข้าทางจมูก ผ่อนลมหายใจออกทางปาก พร้อมกับพยายามนับ 1-5  ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นลูกมีอารมณ์หงุดหงิด โมโห ร้องไห้ ให้ใช้วิธีกําหนดลมหายใจตามที่คุณสอน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยที่ใช้จัดการกับอารมณ์ร้ายลงได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ
  2. สอนลูกให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทํา
    ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนําว่าพ่อแม่ควรบอกลูกให้เข้าใจว่าอะไรคือความรับผิดชอบที่ดี และมันจะ ส่งผลต่อตัวลูกและสังคมรอบข้างอย่างไรบ้าง  แต่สิ่งสําคัญที่สุดก็คือ พ่อแม่ควรทําตัวเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกเห็น สอนให้ลูกมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ทําลงไป เช่น เมื่อกินขนมเสร็จก็ต้องนําไปทิ้งให้ถูกที่  และอย่าลืมว่าการสอนลูกในแต่ละเรื่อง ควรจะอธิบายลูกอย่างใจเย็น ๆ
  3. สอนลูกให้รู้จักสงสารและช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า
    เป็นเรื่องสําคัญมาก ๆ ที่จะสอนให้เด็กรู้จักที่จะสงสารคนอื่น ไม่ใช่แต่เพียงคนที่เขารักเท่านั้น  ลองให้ลูกได้จินตนาการดูว่า ถ้าตัวเองได้เป็นคนที่ด้อยค่าไม่มีใครสนใจ ลูกจะรู้สึกอย่างไร  การใช้วิธีนี้จะช่วยทําให้ลูกเห็นภาพได้ชัดขึ้น และเข้าใจในความรู้สึกนั้น  รวมถึงการให้ลูกได้มองเห็นในมุมอื่น ๆ ด้วย เช่น คนพิการ คนไร้บ้าน ฯลฯ  การได้ชวนลูกคุยและสอนในเรื่องนี้ตั้งแต่เล็ก จะทําให้ลูกรู้จักแสดงความ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นในสังคม รู้จักการแบ่งปัน และไม่รังแกคนที่ด้อยกว่า
  4. สอนให้ลูกรู้จักกล่าวคําขอบคุณหรือแสดงออกถึงความซาบซึ้ง
    การแสดงออกถึงความซาบซึ้งใจต่อสิ่งที่คนอื่นทําให้เด็กนั้น เป็นสิ่งที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิตใน สังคมอย่างมาก เช่นเมื่อคุณยายทําขนมมาให้ บอกลูกรู้จักเอ่ยคําว่า ขอบคุณ หรือเข้าไปกอด แสดงออกมา ด้วยความชื่นชมต่อสิ่งที่คนอื่นทําให้  มีงานวิจัยเผยว่า คนที่แสดงออกถึงความชื่นชม ซาบซึ้งต่อผู้อื่น จะเป็นคนที่มีความสุขมีสุขภาพที่ดีกว่าคนอื่นที่ไม่เคยทํา หรือคนไม่คิดจะยอมก้มหัวให้ใครเลย
  5. สอนให้ลูกรู้สึกถึงพฤติกรรมที่เหมาะสมที่เคารพต่อผู้อื่น
    พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะคาดหวังว่าทางโรงเรียนจะสอนเรื่องหล่านี้ให้กับเด็ก ๆ จนลืมคิดไปว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างอื่นก็สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมที่เหมาะสมของลูกได้เช่นกัน  และเป็นสิ่งสําคัญมากที่จะต้องสอนลูกให้เข้าใจ ไม่ว่าจะเรื่องการรักษาสัญญา รู้จักที่เคารพผู้อื่น  พ่อแม่ควรจะคุยเรื่องนี้กับลูกในเรื่องนี้ว่า การมีพฤติกรรรมที่เหมาะสมควรทําตัวอย่างไร และอย่าลืมด้วยว่าตัวอย่างที่ดีของลูกก็คือพ่อแม่นั่นเอง
  6. ใช้เวลาคุณภาพด้วยกัน
    ถ้าพ่อแม่ใช้เวลาหมดไปกับการพรํ่าสอนลูกเพียงอย่างเดียวมันก็คงไม่เป็นผลดี การใช้เวลาได้ อย่างมีคุณภาพ คือ การที่พ่อแม่ได้มีช่วงเวลาดี ๆให้กับลูก กิจกรรมร่วมกัน ได้พูดคุยกัน พาลูก ออกไปท่องเที่ยว ให้เวลาเหล่านี้กับลูกอย่างสมํ่าเสมอ  และสิ่งสําคัญที่สุดก็คือ ทําให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน  หากพ่อแม่ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกมากพอ ก็ย่อมทำให้เด็กเติบโตมาพร้อมกับความรักและความอบอุ่น และทําให้เขารู้จักที่จะรักหรือเคารพ และมีจิตใจที่ดีต่อการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้างด้วย  การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดีควรปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก  หากเด็กได้รับคําสั่งสอนที่ดี และได้รับ ความรักความอบอุ่นจากครอบครัวมากพอ ก็จะส่งผลให้เด็กเป็นเด็กดี มีความสุข สามารถปรับตัวได้ดี ไม่ สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวและสังคม และประสบความสําเร็จในชีวิต
อ้างอิง : https://th.theasianparent.com